|
ปลวก ปลวก
ปลวก แมลงตัวน้อยนิด แต่มีฤทธิ์ร้ายเหลือ
คงไม่ต้องบอกกันนะคะว่าเจ้าปลวกเนี่ยสร้างความเสียหายให้คนรักบ้านอย่างเราๆท่านๆได้มากมายเพียงไร
และวิธีกำจัดปัจจุบันด้วยการฉีดยานั้น ก็ไม่ชะงัดแน่นอน
เพราะปลวกย้ายที่ได้ เมื่อน้ำยาหมดอานุภาพ ก็จะยกโขยงกลับมาที่บ้านเราใหม่
ทำให้ต้องฉีดปลวกซ้ำซากไม่จบสิ้นเสียที
ก่อนจะกำจัดเจ้าปลวก มาเรียนรู้ธรรมชาติของปลวกกันก่อน ปลวกจะมีนางพญาเกิดใหม่ทุกปีๆละ
2 ครั้ง คือช่วงต้นหน้าฝน พ.ค.-มิ.ย.
และต้นหน้าหนาว พ.ย.-ธ.ค. ที่เรามักเห็นแมงเม่าบินมาเล่นไฟในบ้านเรา
นั่นแหละคือเจ้าปลวกรุ่นหนุ่มสาว ที่บินจากรังมาเพื่อผสมพันธุ์
เมื่อเสร็จภารกิจก็จะสลัดปีกลงดินหาที่ทำรัง ส่วนตัวเมียที่สมบูรณ์ที่สุดเมื่อผสมพันธุ์เสร็จเรียบร้อย
ก็เตรียมตัวลงดินนั่งบัลลังก์เป็นนางพญา แค่เวลาเพียง 1-2 เดือน ก็สามารวางไข่ออกลูกมาสร้างปัญหากัดกินบ้านเราได้แล้วค่ะ |
|
 |
 |
|
|
แมงเม่าที่ผสมพันธุ์แล้ว เตรียมสลัดปีกลงดิน |
โฉมหน้านางพญาปลวก |
|
ปลวก ถือเป็นแมลง
ซึ่งอยู่คู่โลกมาช้านาน จึงมีการปรับตัวเก่งพอดู ดังนั้นเรื่องสารเคมีกำจัดปลวกจึงใช้ไม่ค่อยได้ผลนั้น
เพราะอาการดื้อยามาเยือน แต่วันนี้ เมืองไทยเรามีข่าวดี
พร้อมของดีมาบอกค่ะ เคล็ดไม่ลับแต่ได้ผลชะงัดคราวนี้คือ
"ไส้เดือนฝอย" พระเอกในการพิฆาตปลวก
นั่นเอง ผลงานวิจัยของ ดร.นุชนารถ ตั้งจิตสมคิด สำนักงานวิจัยพัฒนาอารักขาพืช
วิชาการเกษตร
ไส้เดือนฝอย
ไม่ใช่ไส้เดือนผอมตัวเล็กเท่าเส้นด้าย แต่เป็นไส้เดือนสีขาว
ตัวเล็กจิ๋วมาก ขนาดว่ามองด้วยตาเปล่าไม่เห็นต้องส่องกล้องจุลทรรศน์จึงจะยลโฉมได้..ปานนั้น
และก็เป็นสัตว์ไม่ใช่สารเคมี ก็เลยปลอดภัยต่อคน สัตว์เลี้ยงและสิ่งแวดล้อมยิ่งนัก
เพราะเจ้าไส้เดือนฝอยนี้ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เลือดอุ่น
มันจะเป็นอันตรายมหันต์ต่อสัตว์เลือดเย็นไม่มีกระดูกสันหลัง
จำพวกแมลงและหนอนเท่านั้น ที่สำคัญเมื่อใช้ไปแล้ว ปลวกไม่เกิดอาการดื้อยาแบบใช้สารเคมีทั่วไป
วิธีการ
ก็คือ เอาไส้เดือนฝอยมาผสมน้ำ ฉีดพ่นไปบนตัวปลวก และเนื้อไม้ที่ปลวกกัดกิน
คราวนี้ก็เสร็จเรา เพราะนิสัยเจ้าปลวกนั้น เวลาเดินไปไหน
เจอหน้ากันก็จะเลียทักทายกัน เลียไปก็กินไส้เดือนฝอยเข้าไป
เจ้าไส้เดือนฝอยเมื่อเข้าไปในท้องปลวก ก็จะออกลูกออกหลานทำให้ปลวกป่วยและตายอนาถในที่สุด
เรื่องยังไม่จบเท่านั้น เพราะธรรมชาติปลวกจะมีนิสัยประหยัดแบบหารสองอยู่แล้ว
ศพปลวกที่ตายแล้ว จะถูกพรรคพวกรุมกัดกินครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจึงจะขนเอาไปทิ้ง
ปลวกกินศพปลวก ก็เท่ากับบุฟเฟ่ต์ไส้เดือนฝอยเข้าไปด้วย เลยพากันตายอนาถแบบลูกโซ่ยกรังเกิดโศกนาฏกรรมปลวกขึ้นโดยใช้เวลาเพียง
24 ชม.หรือ 1 วันเท่านั้น
เมื่อปลวกกินไส้เดือนฝอยเข้าไป 12 ชม.ก็เกิดอาการช็อก
ผ่านไป 24 ชม.ก็จะตาย |
|
 |
| เคล็ดเด็ดขาดในการใช้ไส้เดือนฝอย
ต้องทำตอนกลางคืน เพราะพระเอกของเราแพ้แสงแดด อาจตายก่อนโชว์หากเจอแดด
ขั้นแรกหารังปลวก หรือชุมชนปลวกให้เจอก่อน เมื่อเจอแล้วได้เวลาพอเหมาะก็เอาไส้เดือนฝอยพ่นน้ำฉีดลงไปให้ทั่วทั้งตัวปลวก
และไม้ที่กัดกิน หลังจากนั้นก็ปล่อยพระเอกเราจัดการ ข้อเสียของไส้เดือนฝอย
เนื่องจากเป็นของธรรมชาติ จึงเก็บไว้ได้ไม่นาน เพียง 3 เดือนเท่านั้น
แต่ยังดีที่การเก็บรักษาง่าย ไม่ต้องแช่ตูเย็น ระวังเพียงอย่าให้โดนแสงแดดเท่านั้น
ทางที่ดีซื้อมาแล้วควรใช้ให้หมด การกำจัดปลวกแบบถาวร
เนื่องจากปลวกยังมีนางพญา ที่เกิดใหม่ปีละ 2 หน ปกติแล้วปลวกที่ทำลายข้าวของบ้านเรา
95% ทำรังใต้ดิน หลังจากสร้างรังเสร็จก็จะขึ้นมาหาอาหารบนดิน โดยการทำอุโมงค์เดินตรงไปยังแหล่งอาหาร
ปลวกพันธุ์นี้สังเกตง่าย เมื่อกัดกินไม้ส่วนไหน ผิวไม้ภายนอกจะดูปกติ
แต่เนื้อไม้จะกลวงยุ่ย ต่างกับปลวกไม้แห้ง ที่กัดกินแล้วจะมีขี้เป็นเม็ดเล็กๆออกมาจากรู
จะกำจัดปลวกใต้ดินแบบถาวร ต้องสร้างกับดักล่อปลวก โดยการสร้างกับดักรอบๆบ้าน
ขุดหลุมเล็กๆ ลึกเพียง 1 คืบ แล้วเอาเศษไม้ยาง ไม้สนใส่ลงในหลุม 1-2
ชิ้น จากนั้นก็หาอะไรมาปิดปากหลุมป้องกันแสงแดด ปลวกผู้อายแดดจะได้กินกันให้อิ่มหนำตายใจ
ปล่อยเวลาผ่านไปประมาณเดือน/อาทิตย์ละครั้งมาเปิดดูเศษไม้ หากมีก็แปลว่ามีนางพญาปลวกมาสร้างรังแถวบ้านเรา
ก็เอาไส้ดเอนฝอยฉีดพ่นลงในหลุม ปิดฝาหลุม อ่อยเหยื่อให้ปลวกเจริญอาหารผสมเปิบไส้เดือนฝอย
รอเวลาที่พระเอกเราจัดการปลวกต่อไป ไส้เดือนฝอย
ยังสามารถกำจัดแมลงสาบได้เช่นกัน แต่วิธีฉีดพ่นไม่ได้ผล ก็เลยต้องเอาไส้เดือนฝอยคลุกอาหารไปอ่อยแมลงสาบให้มาเปิบตอนกลางคืน
เพราะนิสัยแมลงสาบเหมือนปลวกทั้งชอบเลียทักทาย และกินศพพวกเดียวกันเองเช่นกัน
ถึงตอนนี้อยากรู้กันแล้วใช่ไหมคะว่า
"ไส้เดือนฝอย"หาซื้อได้ที่ไหนเนี่ย ติดต่อบริษัท โนฮาว จำกัด
เป็นผู้จัดจำหน่าย โทร. 0-2889-7340-6 ไส้เดือนฝอยบรรจุเป็นซองเล็กๆ
บรรจุถึง10 ล้านตัว 10 ซอง / 1 กล่อง ราคา
500.- บาท / กล่้อง ขายยกกล่อง จะมีของประมาณ เดือนมกราคม 2547 ต้องโทรสั่งจอง
ตอน มกราคม ค่าส่ง 100.- บาท ( ได้โทรเข็คไป เมื่อ วันที่ 1 พย. 2547
) |
|
ข้อมูลอ้างอิง :
จาก"แม่ทองต่อ พ่อประหยัด" นสพ.ไทยรัฐ ฉบับเดือน ต.ค.46 |